จากเมคอัพถึงน้ำหอม Big Data กำลังสร้างโลกใหม่แห่งความงาม

E.P. 23

จากเมคอัพถึงน้ำหอม
Big Data กำลังสร้างโลกใหม่แห่งความงาม

เขียนโดย เอกศาสตร์ สรรพช่าง


“ความกว้างใหญ่ของบิ๊กดาต้านั้นมหาศาลมากเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้
แต่ข้อดีของมันคือ มันช่วยลดความเสี่ยงของการทำธุรกิจ
อย่างน้อย ๆ  มันก็ทำให้เรารู้ว่าลูกค้าจะจะชอบขวดแบบไหน” 

แพทริค เซอร์บิบ
(Patrick Zerbib)
Co-Founder ของ Zettafox 

 

               “ความสวยงามกับบิ๊กดาต้า (Big Data) คือของคู่กัน”

               หากพูดประโยคนี้เมื่อสักสิบปีที่แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงจะนึกภาพไม่ออกว่า “ความสวยงาม” กับ “บิ๊กดาต้า” จะทำงานร่วมกันได้อย่างไร

               แต่สำหรับยุคนี้ สองสิ่งที่ดูแตกต่างและไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้เลย กลับกลายเป็นสะพานที่เชื่อมแบรนด์กับลูกค้าให้ได้เจอกันเร็วขึ้น ตรงกลุ่มขึ้น และมีความสุขมากขึ้น

               บิ๊กดาต้าและความสวยความงามเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันและดูจะแยกกันไม่ออกมากขึ้นในทุกๆ วัน เพราะบิ๊กดาต้าช่วยให้ผู้ประกอบการหลายๆ แบรนด์ค้นพบหนทางใหม่ในการทำธุรกิจ แม้จะเป็นธุรกิจความสวยความงามที่เล่าเรื่องแตกต่างออกไปแต่กลับสามารถหากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนได้มากขึ้น อันที่จริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเสียทีเดียวนักหากเรานึกถึงการทำงานแบบ “Focus group” หรือ “Market research” แบบดั้งเดิม แต่สำหรับยุคนี้ทุกอย่างสามารถจบได้ที่หน้าจอสมาร์ทโฟนของเราได้เลย

               การเกิดขึ้นของเว็บไซต์จำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการดูแลผิวพรรณชื่อ Follian ก็เป็นหนึ่งในการทำธุรกิจด้านความสวยความงามแบบใหม่ ๆ ที่มีคอนเซ็ปต์ชัดเจน แม้ว่าจะเล็กแต่เมื่อได้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยก็ทำให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างธุรกิจของตัวเองได้อย่างยั่งยืน

               เว็บไซต์ www.follian.com ซึ่งผู้ก่อตั้งคือ ทารา โฟเลย์ (Tara Foly)  จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม รวมทั้งจำหน่ายเครื่องสำอางผ่านช่องทางทั้งออนไลน์และช่องทางหน้าร้านซึ่งตั้งอยู่ที่นิวยอร์กและบอสตัน

               ฟังแล้วอาจรู้สึกว่า ไม่เห็นน่าตื่นเต้นตรงไหน แต่ขอให้ลองอ่านที่มาของไอเดียในการทำธุรกิจเสียก่อน

               ทารา โฟเลย์มีความสนใจเรื่องสุขภาพเป็นพิเศษ เธอเริ่มต้นธุรกิจด้วยการเปิดร้านขายผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ส่วนตัวภายใต้คอนเซ็ปต์ Clean Beauty เธอพบว่ามีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งให้ความสำคัญกับเครื่องสำอาง รวมทั้งผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเส้นผมที่ปราศจากสารเคมี หรือมีสารเคมีน้อยให้ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แรกเริ่มเดิมทีโฟเลย์เปิดเฉพาะร้านแบบมีหน้าร้าน เธอพบว่ามีลูกค้าจำนวนมากที่สนใจผลิตภัณฑ์ Clean Beauty เนื่องจากมีปัญหาทางสุขภาพเช่น แพ้สารเคมี หรืออยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวังสุขภาพเป็นพิเศษ อย่างเช่น กำลังตั้งครรภ์ หรือเป็นผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ในขณะเดียวกัน โฟเลย์ก็พบว่ามีแบรนด์อีกจำนวนไม่น้อยที่มีเป้าหมายในการผลิตสินค้าที่ปราศจากสารเคมีหรือมีสารเคมีน้อยที่สุดเช่นเดียวแบรนด์ของเธอ แต่จะทำอย่างไรให้แบรนด์เหล่านั้นสามารถนำสินค้ามาเจอกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของพวกเขาได้ โดยที่ไม่ต้องใช้เวลาและเงินไปกับการทำการตลาดมากจนเกินไป  ฝั่งลูกค้าเองก็จะได้ช่องทางในการซื้อสินค้าที่สะดวก ไม่ต้องเดินทางไปที่หน้าร้าน เพียงแค่สั่งซื้อผ่านสมาร์ทโฟนของพวก

               ในปี ค.ศ. 2013 โฟเลย์จึงสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาเพื่อให้คนเข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์ Clean Beauty เหล่านี้ได้จากทั่วโลก โดยมีเว็บไซต์ Follian ช่วยเป็นสะพานให้ ตั้งแต่ช่วยไกด์ในการเลือกสินค้า และช่วยเลือกสินค้ามาวางจำหน่ายเพื่อให้มั่นใจว่า ลูกค้าจะได้สินค้าที่ปลอดภัยจริงๆ นั่นเป็นที่มาของ Follian

               ความพิเศษของ Follian ก็คือ มันไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มในการจำหน่ายสินค้าเท่านั้น  Follian ยังทำงานร่วมกันกับแบรนด์ โดยแบ่งปันข้อมูลที่ได้จากลูกค้า ให้แบรนด์นำข้อมูลไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยข้อมูลนั้นได้มาจากตอนที่ลูกค้าเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ Follian ลูกค้าสามารถเลือกตอบคำถามเบื้องต้นที่เป็นประโยชน์กับตนเองในการเลือกซื้อสินค้า เช่น ลูกค้ากำลังมองหาสินค้าแบบไหน ลูกค้ามีปัญหาอะไรที่ต้องการแก้ไข เป็นต้น ซึ่งคำถามเหล่านี้จะช่วยคัดกรองสินค้าที่ลูกค้าต้องการซื้อได้ในระดับหนึ่ง จากนั้นเว็บไซต์จะให้ลูกค้าเป็นผู้เลือกเองในขั้นตอนสุดท้าย ยกตัวอย่างเช่น หากลูกค้ากำลังมองหาเมคอัพเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน Follian มี 10 คำถามที่จะช่วยลูกค้าลดระยะเวลาในการเลือกผลิตภัณฑ์ (เป็นคำถามเกี่ยวกับปัญหาของผิวพรรณและเส้นผม) หลังจากที่ตอบคำถามทั้งหมดเสร็จ ลูกค้าจะพบว่ามีผลิตภัณฑ์ประมาณ 3-5 SKU ที่เหมาะกับสภาพผิวของลูกค้ามากที่สุด

               ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งกลับไปที่แบรนด์เช่นกัน เพื่อให้แบรนด์ทราบว่าเหล่าลูกค้ากำลังมองหาอะไรอยู่ ข้อมูลนี้นอกจากจะช่วยให้แบรนด์รับรู้ว่าตลาดกำลังต้องการสินค้าแบบไหนแล้ว ก็ยังช่วยเรื่องของการปรับเปลี่ยนแผนการผลิตและการควบคุมสต๊อกได้อีกทางหนึ่ง

               ผลิตภัณฑ์ที่เป็น Clean Beauty ไม่ได้มีช่องทางในการจัดจำหน่ายที่มากนักเมื่อเทียบกับเครื่องสำอางทั่วไป เนื่องจากส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ Clean Beauty จะต้องคัดมาเป็นพิเศษและเชื่อถือได้ว่าจะไม่ก่อให้ผู้ใช้เกิดอาการแพ้ ทำให้ต้นทุนสูงและจำหน่ายได้ยากกว่าผลิตภัณฑ์ความงามทั่วไป จึงจำเป็นต้องมีช่องทางเฉพาะที่จะนำผู้ผลิตและลูกค้ามาพบกัน อินเตอร์เน็ตและบิ๊กดาต้าจึงกลายมาเป็นฮีโร่ที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้พบกันอย่างสะดวกขึ้น

               Christina Mace-Turner  ซีอีโอของแบรนด์ True Botanicals เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์อยู่บนเว็บไซต์ Follian มองว่าธุรกิจ Clean Beauty สามารถเติบโตได้หากไม่ต้องลงทุนเรื่องของการตลาดมากนัก  “ฉันพบว่า การใช้ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารเคมีซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ทำให้ต้องลงทุนมากกว่าปกติถึง 5 เท่า ทางเดียวที่จะทำให้ธุรกิจอยู่ได้ก็คือต้องพาสินค้าไปให้หาลูกค้าโดยตรง จะได้ไม่ต้องบวกต้นทุนทางการตลาดเข้าไปมากนัก”

               หากจะพูดให้เข้าใจง่าย Follian สามารถสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้มากกว่าที่จะให้แบรนด์มานั่งทำเอง ในอนาคตหาก Follian สามารถรักษามาตรฐานในการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ไว้ได้ ธุรกิจนี้ก็จะสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืนเพราะลูกค้าเชื่อมั่นว่าหากซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ตามที่ Follian พวกเขาจะได้สินค้าที่ปลอดภัยและ “คลีน” อย่างแท้จริง 

               ไม่ต่างกันกับ Zettafox บริษัทที่ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งได้ดิบได้ดีกับการให้บริการด้านความสวยความงาม พวกเขาใช้บิ๊กดาต้าเข้ามาช่วยธุรกิจน้ำหอมได้อย่างน่าทึ่งและน่าสนใจ 

               โจทย์ของบริษัทผู้ผลิตน้ำหอมคือ พวกเขาต้องการลดส่วนผสมในน้ำหอม แต่ไม่แน่ใจว่าผู้บริโภคจะรับรู้ได้ถึงส่วนผสมที่เปลี่ยนไปหรือไม่ พวกเขาไม่ต้องการให้ส่วนผสมที่เปลี่ยนไปกระทบถึงประสบการณ์ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์

               Zettafox เข้ามาช่วยในการเก็บ กรอง และใช้ข้อมูลบิ๊กดาต้าที่บริษัทน้ำหอมได้จากการขายสินค้าในร้านปลอดภาษีตามสนามบินทั่วโลก (ซึ่งเป็นที่ที่ลูกค้าซื้อน้ำหอมมากที่สุด) และการเก็บข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต เพื่อดูพฤติกรรมว่าลูกค้าจดจำกลิ่นอย่างไรและชอบกลิ่นแบบไหนเป็นพิเศษ กลิ่นที่ขายดีมีลักษณะร่วมกันอย่างไรบ้าง  บริการของ Zettefox นั้นละเอียดมากถึงระดับที่สามารถเก็บข้อมูลกลิ่นพื้นฐานซึ่งสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ในวงกว้างได้ (เช่น กลิ่นที่ให้ความรู้สึกสะอาดแบบที่ใส่ในสบู่ หรือกลิ่นที่สร้างความรู้สึกสดชื่นของฤดูร้อนแบบที่ใส่ไว้ในน้ำหอม) Zettafox อ้างว่าความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ จะทำให้ผู้ผลิตน้ำหอมสามารถลดส่วนผสมที่ไม่จำเป็นออกไปได้ โดยยังคงกลิ่นหลักที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้เหมือนเดิม เพราะจากการเก็บข้อมูลพบว่า 50% ของส่วนผสมไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกน้ำหอมของลูกค้าเลย

               การปรับกระบวนการผลิตโดยนำการวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้าเข้าไปอยู่ในการผลิตด้วยนั้น นอกจากจะทำให้แบรนด์ผลิตสินค้าที่มีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว ยังสามารถช่วยโลกลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็นลงได้อีกด้วย

               ไม่ใช่ก็ต้องเชื่อว่าโลกของความงามและเทคโนโลยีนั้นอยู่ใกล้กันมากกว่าที่เราคิด 

 


ติดตามข้อมูลข่าวสารดีๆ จาก ScanMe SeeScore ผู้ให้บริการ ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 061-4128424
ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลผ่าน Line@ : @scanme

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.scanmeseescore.com

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Call Now Buttonโทรหาเรา