Big Data คือยาช่วยชีวิต ตอนที่ 1

E.P. 19

Big Data คือยาช่วยชีวิต ตอนที่ 1

เขียนโดย เอกศาสตร์ สรรพช่าง

“ยอมเสียเงินจำนวนน้อยเพื่อการป้องกัน
ดีกว่าต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อการรักษา”

นิรนาม  

             บุคลาการทางการแพทย์อาจมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและดูแลรักษาอาการป่วยให้เราก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญก็คือเราควรดูแลสุขภาพของตัวเองด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งดีกว่าการรักษาภายหลังจากที่ได้เกิดโรคขึ้นแล้ว  อย่างไรก็ตาม ปัญหาก็คือการป้องกันโรคภัยทำได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากประชาชนทั่วไปไม่มีความรู้เกี่ยวกับสุขภาพมากพอ ส่วนการเข้ารับการรักษาจากบุคคลากรทางการแพทย์ก็ยังคงเข้าถึงได้ยาก เนื่องจากสัดส่วนจำนวนประชากรไม่สมดุลกับจำนวนบุคลากร อีกทั้ง “ข้อมูล” ที่ในการใช้ประกอบการรักษาก็ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์มากนัก แต่นับจากนี้ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป เพราะเริ่มมีการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการรักษาเพิ่มมากขึ้น

             สิ่งที่ทำให้ข้อมูลเรื่องสุขภาพมีความสำคัญมากขึ้นก็เพราะเรามีเทคโนโลยีที่สามารถจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิม กอปรกับอายุเฉลี่ยของมนุษย์เราเพิ่มขึ้น ทำให้มีข้อมูลใหม่ ๆ เกี่ยวกับโรคภัยและการดูแลสุขภาพเกิดขึ้นตลอดเวลา ข้อมูลพวกนี้ถูกนำมาใช้ในหลากหลายมุมและช่วยให้ชีวิตของเราดีขึ้น เราลองมาดูกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการนำ Big Data (บิ๊กดาต้า) มาใช้ในการดูแลสุขภาพของมนุษย์กัน

             กรณีแรกเกิดขึ้นที่ปารีส ณ โรงพยาบาล The Assistance Publique-Hôpitaux de Paris (AP-HP) ซึ่งมีโรงพยาบาลในเครืออยู่ 4 แห่ง โรงพยาบาลแห่งนี้นำข้อมูลการใช้บริการของผู้ป่วยจากโรงพยาบาลในเครือมาจัดเวลาการทำงานของบุคลากรทุกระดับชั้น เพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนของผู้ป่วยที่จะเข้ามาใช้บริการ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา การจัดการนี้ช่วยให้โรงพยาบาลสามารถโยกย้ายแพทย์เฉพาะทางไปปฎิบัติหน้าที่ในสถานที่และเวลาที่เหมาะสม ส่งผลให้สามารถลดความแออัดในโรงพยาบาลและลดระยะเวลาที่ผู้ป่วยต้องรอพบแพทย์ได้เป็นอย่างดี โรงพยาบาลใช้ข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี โชคดีที่มีการบันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้ในรูปแบบ web-base อยู่แล้ว จึงง่ายต่อการนำข้อมูลเข้าไปอยู่ในระบบดิจิทัล

             กรณีถัดไปเราเริ่มเห็นกันแล้วในสมาร์ทวอช นั่นคือการตั้งเตือนอัตโนมัติเมื่อมีความผิดปกติ เทคโนโลยีนี้เรียกว่า “Electronic Health Record (EHR)” หรือการเก็บข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลที่ใส่เข้าไปมีทั้งข้อมูลประชากรทั่วไป ไปจนถึงข้อมูลทางการแพทย์ต่างๆ ซึ่งเริ่มมีการใส่เข้าไปในแอปพลิเคชันมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น กรุ๊ปเลือด  อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด ในอนาคตมันจะสามารถเชื่อมโยงกับอุปกรณ์ IoT อื่น ๆ และ “แจ้งเตือน” การเกิดภาวะความผิดปกติต่าง ๆ รวมทั้งสามารถติดต่อกับโรงพยาบาลหรือบุคคลากรทางการแพทย์ได้อย่างทันท่วงที การเบิกทางของ Apple Watch กับฟังก์ชันการเตือนเมื่อเกิดการล้มแล้วส่งข้อความขอความช่วยเหลือถือเป็นก้าวแรก ๆ ของการทดลองใช้ ในอนาคตเมื่อข้อมูลของผู้ใช้งานถูกบันทึกในคลาวด์มากขึ้น ความปลอดภัยของข้อมูลเป็นที่ยอมรับมากขึ้น  และการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงอย่าง 5G มาถึง ความสามารถในการแจ้งเตือนเรื่องอันตรายหรือสุขภาพในแบบเรียลไทม์ก็จะปรากฏชัดเจนขึ้น นี่จะเป็นก้าวใหญ่อีกก้าวหนึ่งของวงการแพทย์

             อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นแนวโน้มใหม่ซึ่งคาดว่าบิ๊กดาต้าจะเข้ามามีบทบาทอย่างมาก ก็คือการเอาชนะมะเร็ง สำหรับเรื่องนี้ประธานาธิบดีบารัค โอบามาเคยกล่าวไว้ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยสุดท้ายว่า บิ๊กดาต้าจะมีบทบาทสำคัญในการรักษามะเร็ง หากเราสามารถนำข้อมูลของการรักษาที่ประสบความสำเร็จมาใส่ไว้ในระบบเพื่อสร้างอัลกอริทึมให้ปัญญาประดิษฐ์ได้เรียนรู้เชิงลึก เราอาจได้เห็นแนวทางการรักษามะเร็งแบบใหม่ที่ได้ผลมากขึ้น ตรวจพบได้เร็วขึ้นและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของการรักษามะเร็งก็คือการบันทึกข้อมูลที่ยังไม่เป็นแบบแผนเดียวกันทั้งโลก (ลองนึกถึงการทำแผนที่จีโนมที่ใช้หลักการคล้าย ๆ กัน) และยังติดขัดเรื่องของความเป็นส่วนตัวของคนไข้อีกด้วยเพราะคนไข้อาจยังไม่พร้อมเปิดเผยข้อมูลของตนเอง รวมทั้งปัญหาเรื่องการลงทุนของสถานพยาบาลแต่ละแห่ง

             หากข้อจำกัดเหล่านี้หมดไป ก็คงจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการรักษาโรคมะเร็งอย่างมากมายมหาศาล ในตอนหน้าเราจะมาเจาะลึกกันต่อว่า บิ๊กดาต้าจะสามารถเปลี่ยนโฉมหน้าของการดูแลสุขภาพของพวกเราในรูปแบบใดได้อีก เพื่อช่วยให้มนุษย์เรามีสุขภาพที่ดีและมีอายุที่ยืนยาวขึ้น

             ไม่แปลกใจที่ทุกสำนักต่างยกย่องว่า บิ๊กดาต้านี่แหละที่เป็นขุมทองของยุคใหม่จริง ๆ 


อ้างอิง 

https://www.datapine.com/blog/business-intelligence-buzzwords-2019/ 

https://hackernoon.com/how-big-data-impacts-the-healthcare-industry-f52678bd8680

https://www.forbes.com/sites/bernardmarr/2016/05/24/big-data-a-game-changer-in-healthcare/#6a860f61525b 

 


ติดตามข้อมูลข่าวสารดีๆ จาก ScanMe SeeScore ผู้ให้บริการ ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 061-4128424
ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลผ่าน Line@ : @scanme

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.scanmeseescore.com/

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Call Now Buttonโทรหาเรา