Big Data กับทศวรรษแห่งการสำรวจอวกาศ

 

E.P. 16

Big Data กับทศวรรษแห่งการสำรวจอวกาศ

เขียนโดย เอกศาสตร์ สรรพช่าง

 

“ก้าวเล็ก ๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง
แต่เป็นก้าวกระโดดอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ”
นีล อาร์มสตรอง
(Neil Armstrong)
นักบินอวกาศ

 

                            เดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2019 ถือเป็นวาระครบรอบ 50 ของภารกิจอะพอลโล 11 ซึ่งในวันที่ 20 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1969 นาซา (NASA) สามารถนำยานลูนาร์โมดูลร่อนลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้อย่างปลอดภัยและมนุษย์คนแรกได้ประทับรอยเท้าไว้บนดวงจันทร์  สร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษย์ชาติในการสำรวจอวกาศอันไกลโพ้นได้เป็นผลสำเร็จ ผ่านมา 50 ปี มาลองค้นหาข้อมูลกันดูว่าการสำรวจอวกาศยุคใหม่ ๆ มีการนำเอาบิ๊กดาต้า ปัญญาประดิษฐ์ และการเรียนรู้เชิงลึกมาพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด  

                            ปี ค.ศ. 2018 เป็นปีแห่งความก้าวหน้าของSpaceX (สเปซเอ็กซ์) บริษัทที่ให้บริการด้านการขนส่งและสำรวจอวกาศของอีลอน มัสก์ หลังจากที่พยายามทดสอบการขึ้นและลงจอดมาหลายครั้ง ในที่สุดก็สามารถทำให้จรวดฟัลคอนขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งได้เป็นผลสำเร็จ มีความแม่นยำในการลงจอดมากขึ้น และมีความผิดพลาดน้อยลง

                            ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวก็คือวิศวกรด้านข้อมูล (Data Engineer) และนักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูล (Data Scientist) จำนวนมากที่ทำงานที่ SpaceX ซึ่งมีการเปิดเผยว่าเป็นตำแหน่งที่ SpaceX เปิดรับเข้าทำงานมากที่สุดในปี ค.ศ. 2018  ความสำคัญของเหล่านักล้วงและนักสกัดรหัสข้อมูลเหล่านี้อยู่ที่การนำเอาข้อมูลที่มีอยู่มากมายมหาศาล ทั้งจากการทดสอบในแบบจำลองเพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์ได้เรียนรู้การคำนวณที่แม่นยำและจากข้อมูลที่ได้มาจากการทดสอบจริง ๆ ในอวกาศซึ่ง SpaceX ได้ปล่อยดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำเข้าสู่บรรยากาศโลกเพื่อใช้เก็บข้อมูล ทั้งหมดเป็นประโยชน์อย่างมากในการลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายและเพิ่มความแม่นยำในการสำรวจอวกาศ ทั้งหมดนี้เพื่อให้ถึงเป้าหมายของอีลอน มัสก์ซึ่งตั้งใจจะเริ่มส่งยานสำรวจดาวอังคารแบบที่มีนักบินอวกาศเดินทางไปด้วยให้ได้ภายในปี 2024

                            นอกเหนือจากความเคลื่อนไหวของ SpaceX แล้ว ดูเหมือนทศวรรษนี้จะเป็นยุคแห่งการเตรียมตัวสำหรับการสำรวจอวกาศยุคใหม่โดยแท้ ซึ่งเทียบกับสิ่งที่เราเคยทำสำเร็จเมื่อห้าสิบปีก่อนนั้น พระเอกของการสำรวจอวกาศยุคใหม่นั้นคือบิ๊กดาต้า ในปัจจุบันซูเปอร์คอมพิวเตอร์สามารถวิเคราะห์และเรียนรู้ข้อมูลที่เรามีทั้งหมดได้ในระยะเวลาที่สั้นลงมาก การส่งถ่ายข้อมูลก็ทำได้รวดเร็วกว่าเดิมมาก เช่น ที่ผ่านมามีการเริ่มต้นโครงการช่วยเก็บข้อมูลทางอวกาศ ชื่อ Square Kilometre Array (SKA) สถานีส่งคลื่นสัญญาณวิทยุที่ใหญ่ที่สุดในโลกทำการเก็บข้อมูลสภาพอวกาศ กล้องจานส่งคลื่นสัญญาณวิทยุจะส่งคลื่นวิทยุออกไปยังอวกาศและนำข้อมูลกลับมายังโลกวันละสองครั้ง โดยสามารถเก็บข้อมูลของดาวที่อยู่ห่างไกลออกไป 50 ปีแสงได้สบาย ๆ ข้อมูลที่ได้นั้นมีจำนวนมากมายมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ละวันมีข้อมูลที่ได้ราว 700 เทราไบต์ (เท่ากับ 700,000 กิกะไบต์หรือเท่ากับสมาร์ทโฟนขนาด 128 GB จำนวน 5,468 เครื่อง) แต่ละวันมีการเก็บข้อมูลทั้งหมด 35 ครั้ง โดยนำข้อมูลเข้าไปเก็บไว้ในห้องสมุดเซิร์ฟเวอร์ของสภาคองเกรส สหรัฐอเมริกา ซึ่งไฟเบอร์ออปติกของที่นี่ทำงานได้รวดเร็วกว่าไฟเบอร์ออปติกที่เราใช้อยู่ประมาณ 100 เท่า ข้อมูลพวกนี้สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อถึงสภาพเส้นทางการเดินทางในอวกาศหรือเทหวัตถุต่าง ๆ ในอวกาศ หรือแม้แต่สำรวจดาวที่มีแนวโน้มที่จะมีสิ่งมีชีวิต

                            นอกเหนือจากข้อมูลที่ได้จากสัญญาณคลื่นวิทยุเหล่านี้ ยังมีข้อมูลที่จะได้จากดาวเทียมซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าตลอดทศวรรษนี้ดาวเทียมที่โคจรรอบโลกและดาวเทียมที่จะถูกส่งออกไปเพื่อสำรวจอวกาศในจุดประสงค์ต่าง ๆ จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลเหล่านี้เรียกว่ามีมหาศาลอย่างที่เราคาดไม่ถึง ว่ากันว่าทุกวันนี้นาซากำลังจะเริ่มการส่งถ่ายข้อมูลแบบใหม่โดยใช้เลเซอร์ออปติกซึ่งจะสามารถส่งข้อมูลแทนคลื่นวิทยุ การรับส่งข้อมูลก็จะทำได้เร็วมากขึ้น

                            หากดูจากการเตรียมตัวของทั้งเอกชนและรัฐบาลหลาย ๆ ประเทศ ดูเหมือนการสำรวจอวกาศจะเป็น “อีเวนท์ใหญ่” ซึ่งจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง จีนเองก็ประกาศจะส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง ญี่ปุ่นก็มีแผนจะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนดวงจันทร์เพื่อส่งพลังงานกลับมาที่โลก นาซาเองก็มีแผนการทำงานร่วมกับ SpaceX ในการสำรวจอวกาศและการส่งคนไปดาวอังคาร ยังมีภาคเอกชนอีก 2 – 3 บริษัทที่ตั้งใจจะเริ่มธุรกิจทัวร์อวกาศอย่างจริงจัง กิจกรรมทางอวกาศทั้งหมดนี้ทำให้การจราจรทางอวกาศรอบโลกโดยเฉพาะดาวเทียมและการส่งข้อมูลกลับมายังโลกมีความหนาแน่นขึ้นอีกมาก สิ่งที่ท้าทายขึ้นก็คือเราเตรียมการจัดการกับข้อมูลที่มากมายเช่นนี้ไว้อย่างไร

                            ไม่นานมานี้นาซาได้ประกาศความร่วมมือกับ Amazon ในการพัฒนาระบบการจัดการข้อมูล NASA Earth Exchange (NEX) เป็นความร่วมมือในการพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์และระบบจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ และการทำงานประสานกันระหว่างสถานีบนโลกกับดาวเทียมที่อยู่บนอวกาศและยานอวกาศ ซึ่งในอนาคตจะเดินทางออกไปไกลกว่าดวงจันทร์   โครงการนี้เป็นการเริ่มต้นในการวางแผนทั้งหมด ทั้งกระบวนการในการทำงานการจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด แน่นอนสิ่งที่วางแผนไว้นี้ก็เพื่อเตรียมตัวไว้สำหรับการ Kick-off ครั้งใหญ่ในทศวรรษหน้า ซึ่งโลกในอนาคตกำลังจะพัฒนาไปสู่ระบบคลาวด์เบส (cloud-base) มากขึ้นในการจัดการข้อมูล เพราะ ณ เวลานี้เชื่อกันว่าการเก็บข้อมูลบนคลาวด์ หากมีการส่งข้อมูลแบบไร้สายที่เร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลและการเรียนรู้เชิงลึกในการวิเคราะห์สภาพกาลและสภาพการณ์ต่าง ๆ จะทำได้รวดเร็ว และใช้เวลาในการติดตั้งเชื่อมต่อสั้นลงเป็นอย่างมาก ซึ่งตอนนี้มีผู้ให้บริการแล้ว เช่น บริการภาพถ่ายและวิเคราะห์ข้อมูลกสิกรรม ข้อมูลด้านภูมิศาสตร์เพื่ออสังหาริมทรัพย์ (ที่เคยนำมาเล่าให้ฟังในตอนก่อนหน้านี้) และเชื่อขนมกินได้เลยว่าอนาคตบริการเหล่านี้จะขยายขอบเขตไปถึงการจัดการพื้นที่บนดวงจันทร์ การรับส่งความเร็วสูงมาก ๆ มีเตรียมการทุกอย่างไว้สำหรับข้อมูลการนำยานลงจอดที่ดาวอังคาร ซึ่งตอนนี้ยานสำรวจ Spirit, Curiosity และ Opportunity ทั้งหมดส่งข้อมูลกลับมายังโลกเพื่อเตรียมสำหรับภารกิจในอนาคต

                            นอกเหนือจากข้อมูลที่เราเห็นนี้แล้ว ยังมีการเปิดเผยว่า SpaceX ได้ใช้บิ๊กดาต้าเพื่อคำนวนการลดต้นทุนในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถทำสำเร็จมาแล้วในการลดต้นทุนของจรวดและดาวเทียม ตอนนี้ SpaceX ตั้งเป้าว่าจะพยายามลดต้นทุนในการส่งนักบินอวกาศไปดาวอังคารจากคนละ 10 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 300 ล้านบาท) ให้เหลือเพียง 200,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 6 ล้านบาท) ให้ได้  โดยอาศัย “ข้อมูล” เกี่ยวกับการสำรวจอวกาศที่เริ่มมีมากขึ้น  มาใช้เพื่อลดข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อให้ตลอด 2 ปีในการเดินทางและช่วงแรกของการตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคารเป็นไปด้วยความราบรื่น เชื่อเหลือเกินว่าข้อมูลจากอวกาศในอนาคตจะเป็นข้อมูลที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลและกล้าพูดได้อีกเช่นกันว่า ทศวรรษหน้าจะเป็นทศวรรษแห่งการสำรวจอวกาศและความน่าตื่นเต้นของปฐมบทแห่งการสำรวจโลกใหม่ของมนุษย์อย่างแท้จริง

 


อ้างอิง

https://www.vox.com/2017/6/17/15824500/elon-musk-getting-to-mars-cheaper-college-new-paper

https://www.skatelescope.org/

https://venturebeat.com/2014/10/05/how-big-data-is-fueling-a-new-age-in-space-exploration/

https://medium.com/@mitchellsaad/spacex-intelligent-data-42f87ace1068

https://en.wikipedia.org/wiki/Mars_Exploration_Rover

https://www.space.com/24701-how-long-does-it-take-to-get-to-mars.html

 


ติดตามข้อมูลข่าวสารดีๆ จาก ScanMe SeeScore ผู้ให้บริการ ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 061-4128424
ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลผ่าน Line@ : @scanme

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.scanmeseescore.com/

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Call Now Buttonโทรหาเรา