ทำไม Space Data จึงสำคัญนัก

              

E.P. 14

ทำไม Space Data จึงสำคัญนัก

เขียนโดย เอกศาสตร์ สรรพช่าง

                หากถามเหล่านักบินอวกาศถึงความรู้สึกเมื่อเขาได้มองดูโลกทั้งใบลงมาจากห้วงอวกาศ หลายคนบอกว่าภาพที่ได้เห็นนั้นเปลี่ยนความรู้สึกและมุมมองทางความคิดของพวกเขาไปมากมาย มีคนเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น “Overview Effect” หรือ “ผลกระทบจากทัศนียภาพมุมสูง” เพราะการได้มองภาพดาวโลกสีน้ำเงินจากมุมมองในอวกาศทำให้ได้เห็นความงามของโลกในแง่มุมใหม่ และทำให้เห็นว่าโลกของเรานั้นเล็กเพียงใดเมื่อเทียบกับอวกาศอันกว้างใหญ่

                เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปมากขึ้น คนทั่วไปก็สามารถชื่นชมภาพในมุมมองจากอวกาศได้เช่นกันผ่านภาพที่บันทึกจากดาวเทียม ยิ่งในระยะหลังเทคโนโลยีมีราคาถูกลง การบันทึกภาพจึงทำได้สะดวกขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากดาวเทียมที่โคจรรอบโลกมีจำนวนมากขึ้น ต้นทุนในการส่งดาวเทียมขึ้นไปอวกาศถูกลง มีผู้ให้บริการดาวเทียมของเอกชนหลายรายให้เลือกใช้ ความสามารถของดาวเทียมและความสามารถของอากาศยานไร้คนขับก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

                อันที่จริงโลกเรามีการเก็บข้อมูลจากอวกาศมานานแล้ว ทั้งข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม ข้อมูลคลื่นวิทยุหรือคลื่นไมโครเวฟที่ส่งออกไปนอกโลก ฯลฯ ทว่าไม่มีใครพูดถึงข้อมูลจากอวกาศในเชิงบิ๊กดาต้า (Big Data) มาก่อน เนื่องจากแต่เดิมการเก็บข้อมูลยังมีไม่มากพอที่จะนำมาใช้งานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์หรือนำมาสร้างอัลกอริทึมเพื่อใช้ประโยชน์ในแง่ของการวิเคราะห์เชิงลึก คำว่า “สเปซดาต้า (Space Data)” จึงเป็นคำที่ค่อนข้างใหม่ หากอ้างอิงจาก Space Data Association และบริษัทด้านเทคโนโลยีอย่าง Intel จะพบว่า สเปซดาต้านั้นหมายถึง “ข้อมูลทั้งหลายที่มาจากดาวเทียม คลื่นวิทยุ รังสี สเปกตรัม ฯลฯ ที่ได้จากเครื่องมือต่างๆ ที่มนุษย์เราใช้ในการศึกษาและสำรวจอวกาศ” และปัจจุบันนอกเหนือจากหน่วยงานที่ทำงานร่วมกับทหาร หรือองค์กรสำรวจอวกาศที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลประเทศต่างๆ แล้ว ก็เริ่มมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่คัดกรองข้อมูลจากอวกาศว่ามีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้

 

                การเก็บสเปซดาต้าที่เกิดขึ้นในยุคนี้ถือว่าเติบโตอย่างรวดเร็ว หากจะถามว่าข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างไร ก็คงต้องตอบว่าสำคัญอย่างมาก ถือเป็นการเปลี่ยนโลกเลยก็ว่าได้

 

                ในปัจจุบัน มีการนำดาวเทียมมาใช้ประโยชน์ในหลายวัตถุประสงค์ ตั้งแต่เรื่องทั่ว ๆ ไป เช่น การถ่ายภาพทางอากาศ หรือสิ่งที่ซับซ้อนกว่านั้น เช่น การแสดงเส้นทางอพยพของสัตว์  การแสดงช่องทางการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว ไปจนถึงการวัดความหนาแน่นของประชากร หรือแม้กระทั่งการจับตาดูกิจกรรมทางทหารที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อประเทศผู้เป็นเจ้าของดาวเทียม ฯลฯ

 

                บริษัท Sparks & Honey ทำการคาดการณ์แนวโน้มทางการตลาด โดยสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนอิสระและมหาเศรษฐีทั่วโลก พบว่าธุรกิจที่คนกลุ่มนี้สนใจลงทุนในทศวรรษต่อไปคือธุรกิจเกี่ยวกับอวกาศ ผลสำรวจนี้ยิ่งตอกย้ำว่าสเปซดาต้าจะกลายเป็นสิ่งที่ทั่วโลกต้องการในฐานะขุมทอง “Big Data (บิ๊กดาต้า)” แห่งใหม่ 

 

                สเปซดาต้าเหล่านี้มีประโยชน์มากมาย สามารถนำมาใช้ได้ในหลายธุรกิจ เช่น อุตสาหกรรมการเกษตร การทำฟาร์มปศุสัตว์ ฟาร์มทะเล หรือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตัวอย่างเช่น เราสามารถนำสเปซดาต้ามาใช้ในการสำรวจพื้นที่ก่อนลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อวิเคราะห์หาความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมหรือแผ่นดินยุบตัว ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้นักพัฒนาที่ดินมีความมั่นใจมากขึ้นก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะภาพถ่ายทางอากาศบวกกับระบบโซนาร์และเรดาร์สมัยใหม่สามารถสำรวจได้ละเอียดและลึกไปถึงใต้ดินได้

 

                ข้อมูลความหนาแน่นของประชากรก็สามารถตรวจสอบจากสเปซดาต้าเหล่านี้ได้เช่นกัน กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หนาแน่นช่วยให้เราเห็นภาพในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน นี่ยังไม่รวมถึงการเชื่อมต่อเครือข่ายการสื่อสารซึ่งจะทำให้การรับส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

                จากข้อมูลของสำนักกิจการอวกาศแห่งองค์การสหประชาชาติ (United Nations Office of Outer Space Affairs หรือ UNOOSA) มีดาวเทียมที่ถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศของโลกทั้งหมด 8,378 ดวง แต่ปัจจุบันเหลือดาวเทียมที่ยังปฏิบัติการอยู่ประมาณ 4,987 ดวง ในจำนวนนี้มีเพียง 35% เท่านั้นที่ถูกใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และดำเนินการโดยบริษัทที่มีทุนหนา หากตัวเลขนี้สามารถเพิ่มขึ้นได้ก็จะทำให้เราได้ข้อมูลอีกมากมายมหาศาล และมีความเป็นไปได้สูงมากที่ในอนาคตดาวเทียมแบบสตาร์ทอัพจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

                อย่างไรก็ตาม สเปซดาต้าอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวด้วยเช่นกัน เช่น อาจมีการนำสเปซดาต้าไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรุกล้ำอธิปไตยระหว่างรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก ดังนั้น สเปซดาต้าอาจก่อให้เกิดความหวาดระแวงระหว่างกันจนลุกลามไปสู่สิ่งที่ร้ายแรงได้ หากใช้อย่างไม่ระมัดระวังหรือขาดการควบคุมดูแลที่เหมาะสม

แน่นอนว่าหากข้อมูลถูกใช้อย่างเหมาะสมมันจะก่อให้เกิดประโยชน์ ในทางตรงกันข้าม หากข้อมูลตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่ประสงค์ดีก็อาจสร้างความเสียหายได้อย่างมากมายมหาศาลเช่นกัน

 

 

                สำหรับแนวคิดของการนำเอาสเปซดาต้ามาใช้มากขึ้นนี้ เทอร์รี่ ยัง (Terry Young) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท Sparks & Honey กล่าวว่ามันเป็นเรื่องของ “ทัศนียภาพมุมสูง (Overview)” สเปซดาต้าจึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยให้มนุษย์เราสามารถทำสิ่งที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นได้จริงเร็วขึ้น เช่น การสำรวจดาวดวงใหม่ ๆ ที่มนุษย์ยังไม่เคยไปถึงมาก่อน หรือการท่องเที่ยวอวกาศ  

 

 

อ้างอิง

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง Overview Effect ของนักบินอวกาศได้ที่ https://www.inverse.com/article/42902-nasa-astronauts-describe-overview-effect-everything-changed

https://www.sparksandhoney.com/

https://www.forbes.com/sites/bernardmarr/2017/10/19/why-space-data-is-the-new-big-data/#20da6a6469a1

https://www.intel.co.uk/content/www/uk/en/it-management/cloud-analytic-hub/big-data-from-satellites.html

http://www.space-data.org/sda/

 


ติดตามข้อมูลข่าวสารดีๆ จาก ScanMe SeeScore ผู้ให้บริการ ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 061-4128424
ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลผ่าน Line@ : @scanme

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.scanmeseescore.com/

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Call Now Buttonโทรหาเรา