จากห้องแล็บถึงแล็ปท็อป Big Data กำลังเปลี่ยนสนามแข่ง F1

 

E.P. 12 

จากห้องแล็บถึงแล็ปท็อป
Big Data กำลังเปลี่ยนสนามแข่ง F1

เขียนโดย เอกศาสตร์ สรรพช่าง

“ทุกครั้งที่นักขับเปลี่ยนเกียร์ เราได้ข้อมูลอย่างน้อย ๆ  ก็สองสามร้อยชุด” 

 แมท แฮริส

(Matt Harris)

หัวหน้าฝ่าย IT ของทีม Mercedes-AMG Petronas Motorsport

                เสียงแผดคำรามของเครื่องยนต์ ชุดแข่งรถสุดเท่ที่สามารถทนไฟได้ และรถที่ดูเหมือนพร้อมจะเหาะได้ทุกเมื่อ เป็นเสน่ห์ของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบฟอร์มูล่าวัน หรือ “F1” หนึ่งในกีฬาที่มีต้นทุนสูงที่สุดในโลก รถยนต์ทุกยี่ห้อทุกทีมต่างพร้อมปล่อยของ เทคโนโลยีชั้นยอดทางวิศวกรรมยานยนต์ถูกนำมาใช้ในสนาม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพที่สุด ยางที่ดีที่สุด น้ำมันที่หล่อลื่นดีและสันดาบได้รวดเร็วสุด ๆ รวมทั้งบรรดานักแข่งรถฝีมือดีที่มีค่าตัวแพงลิ่ว ซึ่งเมื่อแลกกับความเสี่ยงในการนั่งอยู่หลังพวงมาลัยของรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว ก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่าเป็นความคุ้มค่าได้หรือเปล่า 

                การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันเป็นเหมือนการทดลองเทคโนโลยีขั้นสูงสุดของแต่ละค่ายรถยนต์ ไม่แตกต่างจากเทคโนโลยีขององค์การนาซา (NASA) ที่เลือกใช้สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เทคโนโลยีด้านการเก็บข้อมูลก็เช่นกัน ฟอร์มูล่าวันเป็นหนึ่งในกีฬาที่มีการลงทุนเรื่องข้อมูลมาก่อนใครและถือเป็นส่วนที่แต่ละทีมทุ่มเทเงินอย่างมหาศาล ว่ากันว่าในหนึ่งฤดูกาลของการแข่งขัน แต่ละทีมต้องใช้เงินไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาทในการทำทีม และหนึ่งในห้าของเงินหมดไปกับการเก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้งก่อนแข่ง ระหว่างแข่ง และหลังแข่ง  ฝ่ายที่ดูแลด้าน IT ของแต่ละทีมจึงถือเป็นหัวใจหลักของการทำงานก็ว่าได้ เพราะทั้งทีมนักแข่ง โค้ช หรือแม้กระทั่งทีมงานในพิตต์ ต่างจำเป็นต้องรู้ข้อมูลเพื่อที่จะได้ทำงานให้เร็วที่สุดแข่งกับเวลา ทุกวินาทีที่เสียไปหมายถึงพวกเขาอาจจะห่างจากชัยชนะมากขึ้นเรื่อยๆ 

              

                ช่วงทศวรรษ 1980 เทคโนโลยีในขณะนั้นช่วยให้เราสามารถสร้างกล่องสมองกลใส่ไว้ในรถยนต์และเก็บข้อมูลในการแข่งขันได้แล้ว แต่​ ณ เวลานั้นการเก็บข้อมูลต้องทำหลังจากการแข่งขันเสร็จสิ้นแล้ว แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีสามารถทำให้เราเก็บข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ รวมไปถึงการ “จำลอง” สภาพสนามจริงก่อนการแข่งขันเพื่อให้นักแข่งได้มีโอกาสฝึกซ้อมในสภาพที่ใกล้เคียงกับวันแข่งขันมากที่สุด ทั้งข้อมูลสภาพอากาศ สภาพถนน สภาพรถยนต์ รวมไปถึงหลังการแข่งขันที่ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมารวมกันเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพราะในกีฬาที่มีความเร็วเช่นนี้ ตาของมนุษย์ก็ไม่สามารถเก็บรายละเอียดทั้งหมดได้ทัน

                ข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยจากแต่ละทีมทำให้เราทราบว่ารถยนต์แต่ละคันที่ลงแข่งนั้นมีเซ็นเซอร์จำนวนมากติดอยู่ทั้งที่ตัวรถและในชุดของนักแข่ง ทีม Mercedes-AMG (เมอร์เซเดส เอเอ็มจี) ติดเซ็นเซอร์เพื่อเก็บข้อมูลประมาณ 200 จุด เมื่อการแข่งขันเสร็จสิ้น พวกเขาจะได้ชุดข้อมูลจำนวนกว่า 300 กิกะไบต์จากรถยนต์ สำหรับทีม Williams (วิลเลี่ยมส์ ) ใช้ช่องทางนับพันในการเข้าถึงชุดข้อมูลทุกนาทีของการแข่งขัน ส่วนทีม Red Bulls (เรดบูลส์) ใช้เซ็นเซอร์กว่าร้อยจุดเพื่อตรวจจับส่วนประกอบต่าง ๆ นับหมื่นที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน Intel ได้ประมาณการว่าข้อมูลที่แต่ละทีมจะได้เมื่อจบการแข่งขัน (ซึ่งแข่งกันมากกว่าสิบรอบสนาม) อาจมีมากถึง 3 เทระไบต์ 

                หลักการทำงานของฝ่ายเทคโนโลยีในแต่ละทีมไม่แตกต่างกันมากนัก ก่อนการแข่งขันนักแข่งจะมีโอกาสได้ฝึกบนเครื่องจำลองสภาพสนาม (Stimulation) ซึ่งข้อมูลจะเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่ขั้นตอนนี้ เครื่องจำลองนี้จะทำงานคล้ายกับเครื่องฝึกหัดนักบิน สามารถจำลองได้ทั้งสภาพอากาศในวันที่จะแข่งขัน การตั้งค่าสำหรับยางคู่ใหม่ที่จะใช้ในการแข่งขัน ข้อมูลคู่แข่ง ความเข้มของแสง  สภาพรถยนต์ ฯลฯ เครื่องจำลองนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตและช่วยให้นักแข่งมีโอกาสฝึกซ้อมและทำความคุ้นเคยกับสนามก่อนการแข่งขันจริง เนื่องจากทุกทีมต้องเดินทางไปรอบโลกเหมือนกองคาราวานตลอดฤดูกาลแข่งขันแฟอร์มูล่าวัน การฝึกซ้อมจึงไม่ได้เป็นงานง่ายนัก ขณะเดียวกันเครื่องจำลองนี้ยังสามารถวัดความพร้อมของนักแข่งจากเซ็นเซอร์ที่ติดอยู่กับชุดแข่งได้ตลอดเวลาอีกด้วย 

                ในการแข่งขันจริง จะมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ทุกอย่างไว้ในรถแข่งฟอร์มูล่าวัน ตั้งแต่เซ็นเซอร์วัดระดับน้ำมัน ความร้อน ความเร็ว จีพีเอส การทำงานของเบรค ความดันของลมยาง (ซึ่งบริษัทยางก็มีจะ “ข้อมูล” เพื่อเซ็ตค่าลมยางสำหรับแต่ละสนามอีกด้วย) และเซ็นเซอร์ที่ติดบนตัวนักแข่ง ทั้งหมดจะถูกเชื่อมต่อกับทีมงานในพิตต์ ทีมบรอดแคสท์ที่ติดต่อกับนักแข่งรถในสนาม และทีมสำรองข้อมูลที่อยู่ที่โรงงานของแต่ละทีมอีกด้วย 

                ในระหว่างที่รถวิ่งอยู่ ทีมที่อยู่ข้างสนามและที่โรงงานจะสามารถรับรู้ทั้งการต้านลมของรถยนต์ อัตราการเร่ง การทรงตัว ตำแหน่งของรถยนต์ ความดันลมยาง การทำงานของน้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันเชื้อเพลง ความสามารถของเครื่องยนต์ ฯลฯ โดยแสดงผลออกมาเป็นกราฟแบบเรียลไทม์ ข้อมูลเหล่านี้จำเป็นสำหรับทีมวิเคราะห์ที่อยู่ข้างสนามเพื่อพิจารณาเรื่องระยะเวลาในการเข้าพิตต์เพื่อเปลี่ยนยาง เติมน้ำมันเชื้อเพลิง และอื่น ๆ ในระหว่างการแข่งขันเพื่อไม่ให้เพลี่ยงพล้ำต่อคู่แข่งที่หายใจรดต้นคออยู่ข้างหลัง 

                ขณะเดียวกันทีมที่อยู่ข้างสนามก็สามารถประเมินสภาพร่างกายของนักแข่งได้ด้วย ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ การหายใจ ความดันเลือด เนื่องจากนักแข่งคือผู้ที่อยู่ในสภาพที่กดดันมากที่สุดเพราะเป็นผู้ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วสูง การเบรคแต่ละครั้งอาจทำให้เกิดแรงเหวี่ยงสูงได้ถึงระดับ 5G เลยทีเดียว ข้อมูลแบบเรียลไทม์จึงเป็นประโยชน์ต่อทีมอย่างมากในการตัดสินใจเพื่อลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น 

                ความน่าทึ่งของการเก็บข้อมูลไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของเซ็นเซอร์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องขอบคุณเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบไร้สายอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ทีม Red Bulls  ที่มี AT&T เป็นผู้สนับสนุนระบบแบนด์วิธความเร็วสูง ในแต่ละสนามแข่งขันมีการใช้วิศวกรมากกว่า 30 คนในการจัดการเครื่องมือต่างๆ สำหรับขนส่งข้อมูลที่ความเร็วระดับ 300 มิลลิวินาที และยังต้องส่งไปยังสำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ที่ฝรั่งเศสอีกด้วย 

                เมื่อจบการแข่งขันในแต่ละปี ข้อมูลเหล่านี้จะกลายเป็นเหมืองทองคำระดับมหึมาสำหรับสปอนเซอร์ที่สนับสนุนแต่ละทีม ตั้งแต่บริษัทผลิตชิป ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ผู้ผลิตเสื้อผ้า ผู้ผลิตยางรถยนต์ หรือส่วนประกอบต่างๆ ที่อยู่บนตัวรถ ทั้งหมดจะได้รับอานิสงส์ไปพร้อมๆ กัน และข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายต่อไป

                แน่นอนว่าเทคโนโลยีจะไม่มีทางหยุดอยู่แค่นี้ หลายทีมเริ่มคิดถึงเรื่องของการนำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลมากขึ้น ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง Mercedes-AMG ก็ออกมาแถลงข่าวแล้วว่ามีความเป็นไปได้อย่างสูงที่ฤดูกาลหน้าพวกเขาจะติดตั้งปัญญาประดิษฐ์ไว้ที่รถเพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์เกิดการเรียนรู้เชิงลึก และในอนาคตปัญญาประดิษฐ์ “อาจจะ” ช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้อีกด้วย


ที่มา

https://www.cio.com.au/article/596554/how-big-data-driving-formula-1-success/ 

https://www.datanami.com/2018/04/19/go-fast-and-win-the-big-data-analytics-of-f1-racing/ 

https://mapr.com/blog/fast-cars-fast-data-formula1/ 


ติดตามข้อมูลข่าวสารดีๆ จาก ScanMe SeeScore ผู้ให้บริการ ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 061-4128424
ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลผ่าน Line@ : @scanme

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.scanmeseescore.com/

 

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Call Now Buttonโทรหาเรา