จากหัวใจสู่ปลายเท้า การไหลบ่าของข้อมูลกำลังทำให้นักกีฬาเก่งขึ้น

 

 

E.P. 11 

จากหัวใจสู่ปลายเท้า 

การไหลบ่าของข้อมูลกำลังทำให้นักกีฬาเก่งขึ้น 

เขียนโดย เอกศาสตร์ สรรพช่าง

“ทุก ๆ ก้าว ข้อมูลกลายเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ไปแล้ว

สำหรับนักกีฬาอาชีพ” 

                ในช่วงโอลิมปิกฤดูหนาวที่เปียงชาง ประเทศเกาหลีใต้เมื่อปี 2018 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Intel (อินเทล) ได้ลองเข้ามาชิมลางช่วยงานพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวด้วยการจัดแสดงโดรนแปรอักษรเป็นรูปแบบต่าง ๆ อย่างตระการตา โดยใช้โดรนจำนวนมากถึง 1,280 ตัว

                แต่สำหรับโอลิมปิกฤดูร้อน Intel ก้าวไปไกลกว่านั้นมากมายนัก พวกเขารับหน้าที่ในการจับทุกการเคลื่อนไหว บันทึกทุกการเปลี่ยนแปลงเพื่อช่วยให้นักกีฬากระโดดได้ไกลขึ้น วิ่งได้ดีขึ้น และว่ายน้ำได้เร็วขึ้น!

                Intel กำลังสร้างระบบการบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์โดยใช้เทคโนโลยีหลายๆ อย่างมาผสมผสานเข้าด้วยกัน ในสมัยก่อนเราอาจต้องเสียเวลารอการประมวลผลหลายนาทีหรืออาจต้องใช้เวลาเป็นวัน แต่ตอนนี้ด้วยเทคโนโลยีของชิปประมวลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น (แต่กลับมีขนาดเล็กลง) มันจึงสามารถให้ข้อมูลได้ในแทบจะทันทีที่นักกีฬาออกตัวจากจุดสตาร์ท หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ การทำงานของ Intel ก็เหมือนกับเซ็นเซอร์ที่อยู่ในสมาร์ทวอชทุกวันนี้ มันประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลายประเภท เช่น ระบุพิกัดด้วย GPS จับเวลาหาอัตราเร่งและความเร็วด้วย accelerometers  วัดการทรงตัวด้วย gyroscopes วัดความสูงด้วย barometer วัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดชีพจรหรือแม้แต่วัดพลังงานสนามแม่เหล็ก เครื่องมือเหล่านี้มาในรูปแบบเซ็นเซอร์ขนาดเล็กที่สามารถรายงานผลได้รวดเร็วในระดับหนึ่งส่วนพันของวินาที 

                นักกีฬาอาจสวมใส่เครื่องมือไว้ที่ข้อมือ ติดไว้ที่หน้าอก รวมถึงอาจฝังชิปเหล่านี้ไว้ในรองเท้าหรืออุปกรณ์กีฬาเพื่อเก็บข้อมูลทุกอย่าง เช่น ข้อมูลอุณหภูมิของร่างกายหรือแรงตกกระทบ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับสถิติเดิมและหาหนทางพัฒนาไปสู่สถิติที่ดีขึ้น 

                อันที่จริงในสมัยก่อนเครื่องมือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการฝึกฝนนักกีฬาอาชีพอยู่แล้ว ลองนึกภาพถึงเครื่องเซ็นเซอร์ที่มีสายระโยงระยางติดตามตัว กล้องใต้น้ำสำหรับจับภาพท่วงท่าและการเคลื่อนไหวของนักกีฬาว่ายน้ำ หรือแม้กระทั่งเครื่องมือที่เราเคยเห็นกันบ่อย ๆ อย่างเครื่องวัดความดัน นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ในการเก็บข้อมูล แต่สำหรับยุคปัจจุบันทุกอย่างทำได้เร็วกว่านั้นอีกพันเท่า ยกตัวอย่างเช่น การทำงานของเครื่องมือที่เรียกว่า Elite HRV – Heart Rate Variability Application ซึ่งเป็นเครื่องตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจที่สามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันและทำงานได้หลากหลายรูปแบบผ่านสมาร์ทวอช เช่น สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบกลุ่ม สามารถทำนายความเครียด ความกังวล หรือการฟื้นตัวได้ ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปที่แดชบอร์ดของโค้ชเพื่อดูแนวโน้มของนักกีฬาแต่ละคนและภาพรวมของทีม ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อกีฬาที่ต้องอาศัยความฟิตของนักกีฬาทั้งทีม เช่น กีฬาพายเรือ ปั่นจักรยาน หรือวิ่งผลัด 

                Stryd ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง มันเป็นเซ็นเซอร์ขนาดเล็กที่ติดไว้ที่รองเท้าเพื่อเก็บข้อมูลจากนักวิ่ง โดยเฉพาะนักวิ่งมาราธอนและนักไตรกีฬา Stryd สามารถทำงานร่วมกับสมาร์ทวอชเพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึก เช่น อัตราการยกก้าว ความเร็วในการวิ่ง การถดถอยของความอึดเมื่อวิ่งเป็นระยะทางไกล ๆ ตรงไหนควรผ่อน ตรงไหนควรเร่ง มีการนำ Styrd มาใช้ในการฝึกนักวิ่งระยะไกลอย่างแพร่หลายเพราะเห็นข้อมูลได้ละเอียดกว่าและสามารถนำมาเปรียบเทียบได้ซึ่งช่วยโค้ชได้อย่างมาก 

                สำหรับโอลิมปิกปี 2020  Intel ได้ก้าวไปอีกขั้น มีการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Alibaba (อาลีบาบา) ซึ่งก็คือคลาวด์สำหรับปัญญาประดิษฐ์ “3D Athlete Tracking Technology” การทำงานของระบบนี้เป็นการใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้าไปเรียนรู้อัลกอริทึมที่ตั้งไว้ โดยทาง Intel ได้บรรจุข้อมูลของนักกีฬาและข้อมูลอื่นๆ เพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์เรียนรู้ จากนั้นปัญญาประดิษฐ์จะสามารถเรียนรู้ท่วงท่าที่เหมาะสมและเก็บสถิติต่างๆ ผ่านกล้องวิดีโอซึ่งทำหน้าที่เสมือน “ตา” ของปัญญาประดิษฐ์แล้วแสดงผลออกมาให้กับโค้ชแบบที่ไม่ต้องติดเซ็นเซอร์ตามตัวอีกต่อไป มันสามารถวิเคราะห์การเคลื่อนไหวและความเป็นไปได้ของท่วงท่าต่าง ๆ ว่าจะได้ประสิทธิภาพดีที่สุดหรือไม่ หรือจะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือเปล่า ข้อมูลเหล่านี้จะถูกแสดงผลให้ทั้งฝั่งโค้ชและผู้ชมได้เห็น ซึ่งผู้ชมอย่างเราก็จะได้อรรถรสในการชมกีฬามากขึ้นจากข้อมูลเชิงลึกที่ปัญญาประดิษฐ์จะแสดงผลให้เราเห็นในแทบจะทันทีที่การแข่งขันสิ้นสุดลง เทคโนโลยีนี้จะถูกนำมาใช้ทั้งการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิก ลองจินตนาการดูว่าเมื่อจบการแข่ง ข้อมูลมหาศาลที่จะได้จากการแข่งกีฬาครั้งยิ่งใหญ่นี้จะมีมากมายแค่ไหน และเราจะได้ประโยชน์จากการนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาได้อย่างไรบ้าง

                หากจะมองไปไกลกว่านั้น เมื่อโอลิมปิกปี 2024 ที่ปารีสมาถึง เราคงจะได้เห็นดอกผลของข้อมูลเหล่านี้ว่าจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับนักกีฬาได้มากแค่ไหน

 


ข้อมูลอ้างอิง

https://elitehrv.com 

https://www.stryd.com/ 

https://www.intel.co.uk 

 


ติดตามข้อมูลข่าวสารดีๆ จาก ScanMe SeeScore ผู้ให้บริการ ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 061-4128424
ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลผ่าน Line@ : @scanme

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.scanmeseescore.com/

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Call Now Buttonโทรหาเรา