ข้อมูลก็มีประวัติศาสตร์กับเขาเหมือนกัน

EP.1 ข้อมูลก็มีประวัติศาสตร์กับเขาเหมือนกัน
เขียนโดย เอกศาสตร์ สรรพช่าง

“เมื่อปราศจากข้อมูล คุณก็เหมือนคนตาบอดเป็นใบ้ที่ยืนอยู่กลางทางด่วน”
เจฟฟรี่ มัวร์ – นักเขียน

ซาช่า อิสเซนเบิร์ก (Sasha Issenberg) นักเศรษฐศาสตร์และนักเขียน เธอสนใจและเชื่อว่าอาหารที่ดูเรียบง่าย เช่น ปลาดิบที่วางบนข้าวปั้นขนาดพอดีคำซึ่งเราเห็นจนชินตา สามารถส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกได้มากกว่าที่เราคิด เธอจึงเริ่มเก็บข้อมูลหลายๆ อย่าง ตั้งแต่อุปนิสัยการกินของผู้คนในยุคเอโดะซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอาหารชนิดนี้ ไปจนถึงข้อมูลของการซื้อขายปลาทูน่าช่วงศตวรรษที่ 20 เพื่อหาคำตอบว่าทำไมซูชิจึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วทุกมุมโลก ซูชิส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างไร และมีผลอย่างไรบ้างต่อการซื้อขายปลาทั่วโลก เรื่องราวทั้งหมดยังโยงใยไปถึงการก่อกำเนิดเชฟดัง โนบุ มัตสุฮิสะ (Nobu Matsuhisa) ผู้สร้างอาณาจักรแบรนด์โนบุให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เรื่องทั้งหมดจะบูรณาการเข้าหากันไม่ได้เลย หากเธอไม่มี “ข้อมูล” เป็นตัวตั้งต้น

อาจกล่าวได้ว่า ข้อมูลเป็นทุกอย่างของโลกนี้ หากปราศจากข้อมูล มนุษยชาติจะไม่มีทางเป็นดังเช่นที่เราเป็นอยู่ในทุกวันนี้ ความสามารถในการจดจำข้อมูล บันทึก และรำลึกความหลัง เป็นสิ่งที่แยกมนุษย์เราออกจากสัตว์อื่น ทำให้เรามีหนังสือดีๆ ไว้อ่าน มีภาพยนตร์สนุกๆ เอาไว้ดู หรือแม้แต่มีเรื่องให้นินทาชาวบ้าน ในปัจจุบันข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ทั้งในแง่ของการเป็นพื้นฐานอันสำคัญยิ่งในการทำกิจกรรมต่างๆ ของเราและกลายเป็น “ของรักของหวง” ของทุกคนในยุคนี้

สัก 50 ปีก่อน หากคุณต้องการหาร้านซูชิอร่อยๆ ในโตเกียวสักแห่ง โดยที่คุณกำลังนั่งอยู่ที่บ้านในย่านบางนา แค่นึกก็ยังทำไม่ได้เลย เพราะมันดูไม่สมเหตุสมผล ไม่อยู่บนพื้นฐานของความจริง (ณ สมัยนั้น) จึงไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่เราจะหาร้านซูชิที่ว่านั่น แต่ทุกวันนี้เราทำได้มากกว่านั้นด้วยซ้ำ เพราะอินเทอร์เน็ตและความสามารถของสมาร์ทโฟนที่พัฒนาไปไกล หากคุณเข้าไปดูสถิติของข้อมูลที่มีการส่งผ่านกันไปมาทั่วโลก จะพบว่ามีความเคลื่อนไหวของข้อมูลจำนวนมหาศาล เช่น เฟสบุ๊ค (Facebook) มีการโพสต์ข้อความใหม่ๆ 4,500 ล้านครั้งต่อวัน มีคนดูวิดีโอผ่านเฟสบุ๊ควันละ 1,000 ล้านครั้ง แต่หากคิดว่าตัวเลขเท่านี้เยอะแล้ว ให้ลองนำไปเทียบกับกูเกิ้ล (Google) ในแต่ละวันจะมีการค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่านกูเกิ้ลถึงวันละ 2.1 ล้านล้านครั้งต่อวัน

ทุกวันนี้คนเราแทบจะหาทุกอย่างผ่านกูเกิ้ล ตั้งแต่เรื่องไร้สาระอย่างเช่นคลิปบีบสิวไปจนถึงข้อมูลเรื่องกีฬาโอลิมปิก ความอยากรู้อยากเห็นของคนเราสร้างรายได้ให้กูเกิ้ลวินาทีละเกือบ 2,000 ดอลลาร์ (คุณอาจจะอยากลองแปลงหน่วยเงินเอง) ทั้งๆ ที่กูเกิ้ลแทบไม่เคยผลิตเนื้อหาอะไรเองเลยด้วยซ้ำ แต่สร้างแพลตฟอร์มในการค้นหาข้อมูลและเรียนรู้จากการใช้ข้อมูลที่มีอย่างมหาศาลบนอินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ มันคือขุมทรัพย์แห่งใหม่ของโลก เรียกว่าใครรู้ว่าข้อมูลอยู่ไหนและดึงมันมาใช้งานได้ ผู้นั้นก็เป็นผู้ชนะ

ลองย้อนกลับไปยังประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติกันบ้าง มนุษย์เราเริ่มรู้จักประโยชน์ของข้อมูลตั้งแต่เมื่อไรกัน…

เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าสนใจไม่แพ้แง่มุมอื่นของประวัติศาสตร์มนุษย์ มีนักมานุษยวิทยาได้ศึกษาเรื่องนี้และพบว่าหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดที่เขาสามารถหาได้ สามารถย้อนกลับไปได้ราว 20,000 ปีที่แล้ว ในยุคหินเก่า บริเวณแถบประเทศอูกันดาในปัจจุบัน มีการสำรวจพบกระดูกสัตว์หรือเขาของสัตว์ที่มีรอยบากหรือขีดทำสัญลักษณ์ไว้ เหมือนกับเป็นการนับจำนวน สันนิษฐานว่านั่นเป็นครั้งแรกที่มนุษย์เราเริ่มเก็บข้อมูล อาจเกี่ยวข้องกับพื้นที่ในการออกหาอาหารหรือการนับสต๊อกของที่ล่ามาได้

นักโบราณค้นพบรอยขีดเขียนของมนุษย์ยุคโบราณ ซึ่งคาดว่ามีความเก่าแก่มากที่สุดในโลก

นอกจากนั้นก็ยังมีการพบหลักฐานในยุคบาบิลอน ในช่วงราว 4,400 ปีที่แล้ว เริ่มมีการเก็บบันทึกเรื่องสถิติและตัวเลข (ซึ่งต่อมาพัฒนามาเป็นระบบเลขอารบิกในยุคกลาง) ในยุคบาบิลอนมีการจดบันทึกไว้ว่าได้เริ่มมี “ห้องสมุด” เกิดขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกของมนุษย์ที่พยายามเก็บรวมรวมข้อมูลต่างๆ ไว้ในที่เดียวกัน แต่ห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์นั้นเกิดขึ้นในสมัยกษัตริย์อเล็กซานเดรียแห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งได้รวบรวมบันทึกเรื่องราวต่างๆ ทั้งปรัชญา หลักการปกครอง ความก้าวหน้าทางวิทยาการต่างๆ แต่เมื่ออาณาจักรโรมันล่มสลาย องค์ความรู้บางอย่างที่เก็บไว้ถูกทำลายและสูญหายเนื่องจากสงคราม

ภาพวาดบนผนังถ้ำ แสดงให้เห็นว่ามนุษย์มีความพยายามในการบันทึกข้อมูลมาตั้งแต่ยุคโบราณ

 

ก่อนสิ้นสุดยุคโลกเก่า โลกเราได้รู้จักกับเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลซึ่งซับซ้อนขึ้น นักมานุษยวิทยายกให้เป็น “เครื่องคอมพิวเตอร์” แบบ อนาล็อคเครื่องแรกของโลก เรียกว่า “Antikythera mechanism” ใช้คำนวณตำแหน่งดวงดาว การเกิดสุริยุปราคา จันทรุปราคา รวมถึงใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกอีกด้วย นักมานุษยวิทยาเชื่อว่าพวกเขาน่าจะใช้ในการจดบันทึกตัวเลขและจับเวลา

เรื่องราวในประวัติศาสตร์เหล่านี้ เป็นสิ่งยืนยันว่า “ข้อมูล” เป็นเรื่องของความอยากรู้ และเราหมกมุ่นกับมันเสมอมา

เครื่อง Antikythera mechanism

 

สำหรับท่านที่มีความสนใจและต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ Scan Me See Score

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 061-4128424
ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

 

 

 

 

สอบถามข้อมูลผ่าน Line@ : @scanme

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.scanmeseescore.com/

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Call Now Buttonโทรหาเรา